ข้อมูลทั่วไปของบึงบอระเพ็ด

 

แผนที่สภาพปัจจุบันของบึงบอระเพ็ด

 

 

ที่มา : google earth

 

 

1. ประวัติบึงบอระเพ็ด

 

             พื้นที่ของบึงบอระเพ็ดในอดีตนั้นเป็นที่ราบลุ่ม แวดล้อมไปด้วยป่าไม้เบญจพรรณอันอุดมสมบูรณ์ มีลำคลองเล็กๆ ไหลผ่านและประกอบไปด้วยหนองน้ำหลายแห่ง เมื่อถึงฤดูฝนจะมีน้ำทางเหนือไหลหลากทำให้บริเวณบึงบอระเพ็ดมีน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างจนกลายเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ อุดมไปด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด ทั้งพันธุ์ปลาชนิดต่างๆ จระเข้ กุ้งก้ามกรามและตะพาบน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องจระเข้แล้วเป็นที่เลื่องลือกันว่าบึงบอระเพ็ดมีจระเข้ชุกชุมมาก จนผู้คนที่นั่งรถไฟผ่านบึงบอระเพ็ดสามารถมองเห็นจระเข้ที่ลอยอยู่ในบึงและส่วนหนึ่งก็ขึ้นมานอนผึ่งแดดตามชายบึงหรือบนเกาะ ในปี พ.ศ. 2466 ดร.ฮิวจ์ เอ็ม สมิท ชาวอเมริกันซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านการประมง กระทรวงเกษตราธิการได้ออกสำรวจบึงบอระเพ็ดและได้รายงานผลการสำรวจเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2466 ว่าบึงบอระเพ็ดเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่และมีความสำคัญมากเกี่ยวกับเรื่องการประมง เพราะว่าเป็นแหล่งพันธุ์ปลา เป็นทำเลที่ปลาอาศัยเลี้ยงตัว วางไข่ และแพร่พันธุ์ ควรจะมีการบำรุงรักษาให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลา ดังนั้นกระทรวงเกษตราธิการจึงได้นำเรื่องนี้กราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตสงวนบึงบอระเพ็ดไว้เป็นที่สงวนพันธุ์สัตว์น้ำ โดยการสร้างคันกั้นน้ำและประตูระบายน้ำ เพื่อเก็บกักน้ำที่ระดับ 23.80 ร.ท.ก. ตลอดปี และได้รับพระบรมราชานุญาตให้ดำเนินการเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2469 การก่อสร้างทำนบกั้นน้ำและประตูระบายน้ำเริ่มจากปี พ.ศ. 2470 และเสร็จในปี พ.ศ. 2471 สามารถกักเก็บน้ำได้ตลอดปี 

ที่มา : กรมประมง (http://www.fisheries.go.th/if-nakhonsawan/boraped.htm)

 

ลายพระหัตถ์พระราชกระแสรัชกาลที่ 7 เรื่องการอนุรักษ์พันธุ์ปลาในบึงบอระเพ็ด ปี 2469

(ที่มา : หอจดหมายเหตุแห่งชาติ อ้างใน สำนักงานประมงจังหวัดนครสวรรค์, 2557)

 

  

 

(ที่มา : ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดนครสวรรค์, 2557)

 

 

H.M. Smith (Hugh McCormick Smith) ที่ปรึกษาเพาะพันธุ์ปลา กรมประมง

(ที่มา : ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดนครสวรรค์, 2557)

 

2. ที่ตั้งและอาณาเขต

 

             ลุ่มน้ำบึงบอระเพ็ดมีพื้นที่ประมาณ 4,486 ตารางกิโลเมตร เป็นส่วนหนึ่งของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ดังภาพที่ 1 และภาพที่ 2 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดนครสวรรค์ เพชรบูรณ์ ลพบุรี และจังหวัดพิจิตร ดังภาพที่ 3 สำหรับพื้นที่บึงบอระเพ็ดซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 212 ตารางกิโลเมตร (132,737 ไร่) ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง อำเภอชุมแสง และอำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์

             โดยอาณาเขตของบึงบอระเพ็ดติดต่อกับพื้นที่ต่างๆ ดังนี้

                       ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลทับกฤช อำเภอชุมแสง

                       ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลหนองปลิง ตำบลพระนอน อำเภอเมืองนครสวรรค์ และ ตำบลวังมหากร อำเภอท่าตะโก

                       ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลเขาพนมเศษ ตำบลพนมรอก อำเภอท่าตะโก

                       ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลแควใหญ่ ตำบลเกรียงไกร ตำบลนครสรรค์ออก อำเภอเมืองนครสวรรค์

              การบริหารการประมงในบึงบอระเพ็ด เริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2470 โดยกระทรวงเกษตราธิการ ได้สร้างทำนบและประตูระบายน้ำขึ้นเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ประโยชน์ทางด้านการประมง ซึ่งต่อมาใน ปี พ.ศ.2471 กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ได้ประกาศกำหนดเขตบึงบอระเพ็ดให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์น้ำ และปี พ.ศ.2473 ได้กำหนดพื้นที่หวงห้ามเป็นเขตสถานีประมงไว้ประมาณ 250,000 ไร่ ต่อมารัฐบาลได้ตราพระราชกฤษฎีกา ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2480 ถอนการหวงห้ามเหลืออยู่เพียง 132,737 ไร่จนถึงปัจจุบัน และในปี พ.ศ.2490 กระทรวงเกษตราธิการได้แบ่งเขตรักษาพันธุ์ออกเป็น 2 เขต คือ

                        เขตที่ 1 เป็นเขตหวงห้ามมิให้ผู้ใดทำการประมงโดยเด็ดขาด มีเนื้อที่ 38,850 ไร่

                        เขตที่ 2 เป็นเขตหวงห้ามที่อนุญาตให้ราษฎรทำการประมงได้โดยใช้เครื่องมือบางชนิดที่กำหนดให้ มีเนื้อที่ 93,887 ไร่

             สำหรับภูมิประเทศของลุ่มน้ำมีลักษณะเป็นที่ราบเรียบ ที่ราบลอนคลื่น และภูเขาลูกเล็กๆ โดยมีลำน้ำสาขาที่สำคัญคือ คลองบอนและคลองท่าตะโก ซึ่งมีพื้นที่ลุ่มน้ำประมาณ 1,068 และ 3,418 ตารางกิโลเมตร ตามลำดับ โดยลุ่มน้ำย่อยนี้รับน้ำฝนแล้วระบายลงสู่จุดออกที่บึงบอระเพ็ดการใช้ประโยชน์พื้นที่ลุ่มน้ำส่วนใหญ่เป็นการทำเกษตรกรรมประมาณร้อยละ 88 ของพื้นที่ลุ่มน้ำโดยเป็นนาข้าวและพืชไร่คิดเป็นร้อยละ 44.44 และ 37.17 ของพื้นที่เกษตรกรรม ที่เหลือเป็นไม้ยืนต้น ไม้ผล ไร่นาสวนผสม และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ แหล่งน้ำเพื่อการเกษตรที่สำคัญคือ น้ำฝน (38.8 เปอร์เซ็นต์) น้ำจากคลองธรรมชาติ (47.6 เปอร์เซ็นต์) และน้ำชลประทาน (14.1 เปอร์เซ็นต์) ซึ่งในจังหวัดนครสวรรค์มีพื้นที่รับน้ำตามโครงการชลประทานเพียงร้อยละ 16.3 ของพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด (กรมชลประทาน, 2547) บึงบอระเพ็ดมีลักษณะระบบนิเวศที่มีคุณค่าในธรรมชาติอย่างมีเอกลักษณ์ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์ในด้านเศรษฐกิจและสังคม เช่น การประมง การใช้น้ำเพื่อทำการเกษตร อุปโภคบริโภค รวมทั้งการท่องเที่ยว เป็นต้น   

 

พื้นที่ลุ่มน้ำย่อยบึงบอระเพ็ด

 

 

เส้นทางน้ำของลุ่มน้ำย่อยบึงบอระเพ็ด

 

ขอบเขตจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำฯ

 

ขอบเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด และขอบเขตบึงบอระเพ็ดตามพระราชกฤษฎีกา

(ที่มา : ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมบึงบอระเพ็ด, 2558)

 

คลองบอระเพ็ด คลองแห่งชีวิตที่นำพาปริมาณน้ำและปลาหลายหลากชนิดจากแม่น้ำน่านเข้าสู่บึงบอระเพ็ด

(ที่มา : ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมบึงบอระเพ็ด, 2558) 

 

ความลึกบึงบอระเพ็ด ปี 2558 ซึ่งศึกษาร่วมกัน 3 ภาคีเครือข่าย ได้แก่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดนครสวรรค์ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด

และศูนย์วิจัยและฝึอบรมบึงบอระเพ็ด โดยพบว่าส่วนที่ลึกที่สุดอยู่ที่ระดับ 17.16 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 

(ที่มา : ณพล และคณะ, 2560

 

3. การใช้ประโยชน์ที่ดิน

 

                           จากการแปลและตีความภาพข้อมูลจากดาวเทียม และสำรวจภาคสนาม ในปี 2553  สามารถจำแนกลักษณะการใช้ที่ดินในพื้นที่ศึกษาตามสภาพความเป็นจริง ออกเป็น 8 ประเภท ดังภาพที่ 4 และเนื้อที่การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทต่างๆแสดงในตารางที่ 1 (ศันสนีย์ และคณะ, 2556)

 

การใช้ประโยชน์ที่ดิน ปี 2553

 

 

ตารางที่ 1 สัดส่วนการใช้ประโยชน์ที่ดิน ปี 2553

 

การใช้ประโยชน์ที่ดิน

เนื้อที่ (ไร่)

เนื้อที่ (ตารางกิโลเมตร)

ร้อยละ

แม่น้ำ และแหล่งน้ำต่างๆ

6,717

11

0.8

ชุมชนหรือเมือง

61,981

99

7.8

นาข้าว

320,563

513

40.3

พืชไร่

251,415

402

31.6

ต้นไม้

59,497

95

7.5

พืชน้ำ

1,662

3

0.2

การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

40,697

65

5.1

พืชสวนครัว

53,866

86

6.8

รวม

796,396

1,274

100.0

 

4. พรรณไม้น้ำ

 

                ศันสนีย์ และคณะ (2556) ได้สำรวจพรรณไม้น้ำที่เป็นชนิดเด่นในบึงบอระเพ็ด แบ่งได้เป็นกลุ่มต่างๆ คือ พืชริมชายฝั่งน้ำ (marginal plant) ได้แก่ ผักไผ่น้ำ (Polygonum  tomentosum, Wild)  พืชโผล่พ้นน้ำ (emergent plant) ได้แก่ บัวหลวง (Nelumbo nucifera, Gaertn.)  พืชใต้น้ำ (submerged plant) ได้แก่ สาหร่ายข้าวเหนียว (Utricularia  aurea, Lour.) และดีปลีน้ำ (Potamogeton  malaianus, Miq.) และพืชที่ลอยน้ำ (floating plant) ได้แก่ ผักตบชวา (Eichornia  crassipes (Hart.) Solms) และจอกหูหนู (Salvinia  cucullata Roxb)  พบพืชใต้น้ำมากบริเวณเขตอนุญาตให้ทำการประมง การแพร่กระจายของพรรณไม้น้ำเชิงพื้นที่และความลึก

                เมื่อเปรียบเทียบจำนวนชนิดของพืชน้ำที่สำรวจพบ ใน ปี 2554 (23 ชนิด) กับข้อมูลการสำรวจพันธุ์ไม้น้ำในอดีต พบว่ามีแนวโน้มของจำนวนชนิดที่พบลดน้อยลง เช่น อุรา บุปผาชาติ และคณะ (2548) พบพันธุ์ไม้น้ำในบึง 31 ชนิด  สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (2548) รายงานว่าพบพืชน้ำ 65 ชนิด ในปี 2545 เทียบกับข้อมูลย้อนหลัง ที่พบ 88 ชนิด ในปี 2544 และ 34 – 46 ชนิด ในปี 2535

                บึงบอระเพ็ดมีพืชน้ำปกคลุมพื้นที่ผิวน้ำโดยเฉลี่ย 33% จุดเก็บตัวอย่างที่มีพื้นที่พืชน้ำปกคลุมมากที่สุด คือ บริเวณริมชายฝั่ง (39%) ส่วนจุดเก็บตัวอย่างที่มีพื้นที่พืชน้ำปกคลุมน้อยที่สุด คือ บริเวณริมกลางน้ำ (16%) ฤดูที่บึงบอระเพ็ดมีพื้นที่ผิวน้ำปกคลุมด้วยพืชน้ำมากที่สุด คือ ฤดูร้อน (39%) น้อยที่สุด คือ ฤดูฝน (31%) เขตห้ามทำการประมงโดยเด็ดขาดมีพื้นที่ผิวน้ำปกคลุมด้วยพืชน้ำ 34%  น้อยกว่าเขตอนุญาตให้ทำการประมงซึ่งมีพื้นที่ผิวน้ำปกคลุมด้วยพืชน้ำ 47%

 

5. ปลา

 

                  ศันสนีย์ และคณะ (2556) ได้สำรวจชนิดปลา ในปี 2554 พบชนิดปลาในบึงบอระเพ็ดทั้งสิ้น 77 ชนิด ปริมาณปลาที่พบเฉลี่ย 1,621±834 ตัวต่อพื้นที่หนึ่งร้อยตารางเมตร ปลาบริเวณริมชายฝั่งที่พบเป็นชนิดเด่นได้แก่ ปลากริมสี (Trichopsis pumila) ปลากริมควาย (Trichopsis vittatus) ปลาหมอช้างเหยียบ (Pristolepis fasciatus) และ ปลาซิวข้าวสารแคระ (Oryzius minutillus)  ส่วนปลาบริเวณกลางน้ำที่พบเป็นชนิดเด่นได้แก่ ปลาแปปขาว (Parachela siamensis) ปลาแป้นแก้ว (Parambasis siamensis) และปลาซิวแก้ว (Corica soborna)  จำนวนชนิดและปริมาณปลาที่พบบริเวณริมชายฝั่ง กลางน้ำ ในเขตห้ามทำการประมงโดยเด็ดขาด และในเขตอนุญาตให้ทำการประมง

 

 

 

6. นก

 

                 ความหลากหลายของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพของพืชในบึงบอระเพ็ด ที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของประชากรนกและสัตว์ป่าต่างๆ สามารถจำแนกได้ 6 บริเวณที่สำคัญ (สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 2546) ดังนี้

  1. บริเวณผืนน้ำเปิดโล่ง อยู่กลางบึง ทอดยาวในแนวทิศตะวันออกและตะวันตก บริเวณคลองบอระเพ็ดเดิม พบพืชใต้น้ำ (submergents) และพืชปริ่มน้ำ กระจายอยู่ในน้ำลึกรอบๆ บริเวณที่มีบัว พบพืชปกคลุมผิวน้ำประมาณ 10 – 15 %  ได้แก่ สันตะวา (Ottelia alismoides) สาหร่ายหางกระรอก (Hydrilla verticillata) แนนหรือดีปลีน้ำเล็ก (Potamogeton crispus) เป็นต้น
  2. บริเวณพืชลอยน้ำ (floating plants) กระจายอยู่ทั่วไปประมาณ 20% ของพื้นที่ผิวน้ำ ได้แก่ ผักเป็ดไทย (Alternanthera sessilis) แหนแดง (Azolla pinnata) แหน (Lemna perpusilla) เป็นต้น
  3. บริเวณพืชโผล่พ้นน้ำหรือพืชยืนน้ำ (emergents) กระจายอยู่ทั่วไปบริเวณน้ำตื้น หนาแน่นมากบริเวณขอบบึง ประมาณ 40% ของพื้นที่ผิวน้ำ ได้แก่ เผือก (Collocasia esculenta) หญ้าใบคม (Cyperus compactus) เทียนนาหรือผักกาดรอ (Fissendrocarpa linifolia) เป็นต้น
  4. บริเวณเกาะ (islands) อยู่บริเวณกลางบึงและใกล้ฝั่ง เป็นเนินดินเดิม พืชที่พบ ได้แก่ จิกนาหรือจิกน้ำ (Barringtonia acutangula) อ้อ (Arundo donax) ทองกวาว (Butea monosperma) เป็นต้น
  5. บริเวณป่าพรุและป่าละเมาะ (swamp and scrub forests) มีต้นไม้ใหญ่อยู่ริมบึง น้ำท่วมบางฤดูกาล ได้แก่ สนุ่น (Salix tetrasperma) พฤกษ์ (Albizia lebbeck) ก้านเหลือง (Nauclea orientalis) เป็นต้น
  6. บริเวณทุ่งนาและทุ่งหญ้า (paddy fields and grasslands) อยู่ชายขอบบึง และในบึงบริเวณน้ำตื้น ถูกดัดแปลงเป็นนาข้าว ทุ่งหญ้าขอบบึง และทุ่งหญ้าชายบึง ได้แก่ ข้าว (Oryza sativa) หญ้าต้นติด (Brachiaria reptans) ผักปลาบ (Commelina diffusa) เป็นต้น

 

แหล่งดูนกที่มีชื่อเสียงในกลุ่มนกน้ำของประเทศไทย

(ที่มา : ภาวิดา, 2549)

 

ไข่นกกลุ่มนกน้ำในบึงบอระเพ็ด

(ที่มา : ภาวิดา, 2549)

(ที่มา : ชมรมดูนกกำแพงเพชร, 2557)

 

(ที่มา : ชมรมดูนกกำแพงเพชร, 2557)

 

(ที่มา : ชมรมดูนกกำแพงเพชร, 2557)

 

(ที่มา : ชมรมดูนกกำแพงเพชร, 2557)

 

(ที่มา : www.sadoodta.com)

 

7. บัว

 

            อุรา บุบผาชาติ และคณะ (2547) ระบุว่า บึงบอระเพ็ดมีบัวอย่างน้อย 6 ชนิด ได้แก่ บัวบา Nymphoides indicum บัวหลวง Nelumbo nucifera บัวสาย Nymphaea lotus var pubescens ตับเต่าเล็ก Nymphoides cristata บัวเผื่อน Nymphaea stellata  และ บัวผัน Nymphaea spp.  บัวที่เป็นพืชเศรษฐกิจถูกนำมาใช้ประโยชน์เป็นอาหารและจำหน่ายเป็นรายได้มีมากมายหลากหลายชนิด โดยเฉพาะบัวหลวงและบัวสาย

แหล่งบัวแดงที่สวยเป็นอันดับต้นๆของประเทศไทย

(ที่มา : ภาวิดา, 2549)

 

 

8. ชุมชน

 

            ชุมชนรอบบึงบอระเพ็ดเปรียบเสมือนซูปเปอร์มาเก็ตของชาวบ้าน (อ้างคำพูด : สมชาย อิ่มโพธิ์ ชาวบ้านตำบลพนมเศษ) ซึ่งเป็นแหล่งอู่ข้าวอู่น้ำที่หล่อเลี้ยงบึงบอระเพ็ด เช่น ปลาจำนวนหลากหลายชนิดที่เป็นแหล่งอาหารของคนบึงฯ บัวซึ่งเป็นแหล่งสำคัญถึงขนาดส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น น้ำซึ่งเป็นแหล่งการใช้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมของคนรอบบึงฯ เรือนำเที่ยวที่พาอาคันตุกะต่างถิ่นได้ยลโฉมบึงบอระเพ็ด เป็นต้น ซึ่งชาวบึงบอระเพ็ดทุกคนได้รักษาหวงแหนสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้ ให้พยายามส่งต่อให้ลูกหลานในอนาคตต่อไป

 

 

ชุมชนในพื้นที่บึงบอระเพ็ด

(ที่มา : ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมบึงบอระเพ็ด, 2558) 

 

9. การจัดการบึงบอระเพ็ด

            สืบเนื่องจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบหมายให้ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมบึงบอระเพ็ดเสนอ "แผนการจัดการบึงบอระเพ็ด" เสนอให้กับสภาปฎิรูปแห่งชาติ (สปช) เพื่อแก้ไขปัญหาที่เรื้อรังมานานในเรื่องต่างๆของทุกภาคส่วนที่มีส่วนได้ส่วนเสียในบึงบอระเพ็ด โดยในช่วงเดือนเมษายน 2558 ศูนย์วิจัยฯได้ส่งรายงานดังกล่าวผ่านหน่วยงานภาคีและส่งตรงถึงสภาปฎิรูปแห่งชาติแล้ว ท่านที่สนใจสามารถโหลดข้อมูลรายงานฉบับนี้ ดังลิ๊ง : แผนการจัดการบึงบอระเพ็ด

            ต่อมาในปี 2559 จังหวัดนครสวรรค์ ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการของรัฐบาลให้มีการดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในบึงบอระเพ็ด เพื่อจัดทำแนวทางการพัฒนาบึงบอระเพ็ด ดังนั้นสำนักงานจังหวัดนครสวรรค์จึงได้มอบหมายให้ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมบึงบอระเพ็ดเป็นกระบวนกรในการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อให้ได้แนวทางการพัฒนาบึงบอระเพ็ด จำนวน 2 ครั้ง ท่านที่สนใจสามารถโหลดข้อมูลรายงานฉบับนี้ ดังลิ๊ง : แนวทางการพัฒนาบึงบอระเพ็ด

 

 

 

การประชุมจัดแนวทางการพัฒนาบึงบอระเพ็ดระดับจังหวัด

 

 

 

 

***************************************************************************