เนื้อหา

วิกฤติน้ำบึงบอระเพ็ดแนวโน้มข้ามปี "น้ำลด ปลาหาย"

 

 

          จากผลกระทบน้ำแล้งที่ประสบปัญหากันเกือบทั้งประเทศ ณ ขณะนี้ บึงบอระเพ็ดก็เช่นกันที่หลีกเลี่ยงไม่พ้นกับวิกฤติกาลดังกล่าว ทางศูนย์วิจัยและฝึกอบรมบึงบอระเพ็ดจึงได้ดำเนินการประเมินปริมาณน้ำในบึงบอระเพ็ด โดยการแปลภาพถ่ายดาวเทียม landsat8 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2558 พบว่า พื้นที่น้ำในบึงบอระเพ็ดมีเหลืออยู่เพียงร้อยละ 9.72 เท่านั้น โดยมีปริมาณที่เหลืออยู่ประมาณ 9 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ทำให้ไม่เพียงพอต่อความต้องการในการใช้น้ำในด้านต่างๆ เช่น การเกษตรกรรม อุปโภคบริโภค รวมถึงรักษาระบบนิเวศด้วย 

 

 

          ทั้งนี้ผลกระทบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน คือ การขาดแคลนน้ำในการทำนา ซึ่งชาวนาส่วนใหญ่ที่ปกติใช้น้ำจากบึงบอระเพ็ดบางส่วนปล่อยให้ต้นข้าวยืนต้นตายและชาวนาบางรายลงทุนเจาะบาดาลเพื่อรักษาต้นข้าวให้รอดกับวิกฤติกาลนี้ให้ได้ ส่วนการขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภคชาวบ้านโดยรอบบึงบอระเพ็ดเริ่มประสบปัญหาน้ำใช้ที่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะบ้านห้วยหินที่มีระดับน้ำในคลองลึกเพียง 5 นิ้วเท่านั้น แต่ชาวบ้านก็จำเป็นต้องนำน้ำที่ที่มีความขุ่นจากโคลนตมมาใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนในคลองบอนและคลองวังมหากรก็ได้แห้งสนิทไปแล้ว ทำให้ชาวบ้านรางบัวต้องใช้น้ำจากบ่อที่ขุดไว้แบ่งใช้ในกลุ่มบ้านใกล้เคียงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ชาวนาบ้านเนินทอง ตำบลทับกฤช ทำการขุดบ่อบาดาลเพื่อรักษาต้นข้าว

 

          จากปริมาณน้ำที่ลดลงทำให้พื้นดินโผล่จำนวนมากนั้น ทำให้พืชน้ำโดยเฉพาะบัวหลวงที่บริเวณขอบบึงบอระเพ็ด (แนวกันชนกับพื้นที่นาข้าว) ยืนแห้งเกือบทั้งหมด ทำให้ชาวบ้านมีการเข้ามาขุดรากบัวไปขาย และเข้ามาหาปลาในพื้นที่น้ำที่เหลืออยู่ เพราะปลาตกคลักสามารถจับได้ง่าย สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในช่วงวิกฤตินี้ได้ แต่ปัญหาที่ตามมาพบว่ามีการลักลอบเผาบัวทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบนิเวศได้ นอกจากนี้ยังกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวโดยคนขับเรือท่องเที่ยวได้หยุดการวิ่งเรือแล้วตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และผันไปประกอบอาชีพอื่นแล้ว

 

 

ปริมารน้ำลดลงจนพืชน้ำโดยรอบบึงบอระเพ็ดไม่สามารถเจริญเติบโตได้ดี

 

ผลกระทบต่อธุรกิจเรือท่องเที่ยวที่ต้องผันตัวเองไปทำอาชีพอื่น

 

          แนวโน้มที่น่ากลัวของปีนี้ คือ ปริมาณน้ำในแม่น้ำน่านจะไม่เข้าบึงบอระเพ็ด เนื่องด้วยปริมาณน้ำในเขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้อยมากและมีการลดการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้แนวโน้มที่น้ำจะไหลเข้าบึงบอระเพ็ดผ่านคลองบอระเพ็ดมีโอกาสน้อยมาก ทั้งนี้นอกจากจะไม่มีน้ำเข้าบึงในปีนี้แล้ว ปลาชนิดต่างๆ โดยเฉพาะลูกปลาในบึงบอระเพ็ดซึ่งส่วนใหญ่มาจากแม่น้ำน่าน จะไม่สามารถเข้าบึงบอระเพ็ดด้วย ทำให้แนวโน้มปีหน้าจะพบกับวิกฤติการขาดแคลนน้ำและขาดแคลนอาหาร (ปลา) อย่างรุนแรง ทำให้วิถีชีวิตของคนบึงบอระเพ็ดจากวันนี้เป็นต้นไปต้องเปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง

 

ปากคลองบอระเพ็ด ซึ่งปีนี้มีแนวโน้มสูงมากที่จะไม่มีน้ำไหลเข้า

 

คลองบอระเพ็ดที่ปีนี้คาดว่าจะไม่มีน้ำและปลาหลากหลายชนิดได้ผ่านคลองนี้ไป

 

          จากการสูบน้ำบาดาลมาใช้กันมากขึ้น ทำให้ระบบประปาหมู่บ้านในเขตชนบทหลายแห่งเริ่มมีปัญหา คือ ช่วงเวลาที่น้ำไหลเข้าท่อใช้เวลานานขึ้น เพราะมีการสูบไปใช้มากขึ้นนั่นเอง ทำให้แนวโน้มระดับน้ำใต้ดินมีสิทธิ์ลดต่ำลงหรือไหลมาบริเวณปากท่อต้องใช้เวลานานขึ้นก็เป็นไปได้ ดังนั้นหากทุกท่านไม่เตรียมพร้อมกับเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จงเตรียมพร้อมรับมือและอยู่กับมันให้ได้ และเราจะผ่านวิกฤติกาลนี้ไปด้วยกัน

 

การเตรียมการรับมือ

          1) ในระดับครัวเรือนและชุมชน เตรียมแผนสำรองในการพึ่งตัวเองและกันเองในชุมชนอย่างเข้มข้น ในการหาแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้ในลักษณะครัวเรือนและกลุ่มบ้าน และวางแผนการใช้น้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อประคองกันไปให้ได้นานที่สุด และสำคัญที่สุดต้องประหยัดน้ำด้วย ส่วนตัวอย่างการกักเก็บน้ำ เช่น การนำน้ำบาดาลสูบมาเก็บในถังน้ำ บ่อน้ำ หรือภาชนะที่เก็บน้ำได้ ทั้งนี้บ้านใครไม่มีควรทำการก่อปูนทำที่เก็บน้ำเหมือนเช่นถังเก้บน้ำในห้องน้ำ เพื่อเป็นที่สำรองน้ำในระดับครัวเรือน ส่วนบ่อน้ำที่สามารถใช้ร่วมกันหลายครัวเรือน ต้องหาวิธีทำให้ระดับน้ำไหลลงใต้ดินให้มากที่สุด ซึ่งถ้าบ่อไม่ใหญ่มากและมีทุนทรัพย์สามารถปูนผ้ายางดำได้ ส่วนใครต้นทุนน้อยให้ทำการบดอัดดินด้านข้างบ่อให้แน่นที่สุด เพื่ออุดช่องว่างของอนุภาคดินลดการรั่วไหลด้านข้างของน้ำได้ ส่วนผิวน้ำหากต้องการลดการระเหยน้ำควรใช้พืชลอยมาอยู่ในบ่อ เพื่อลดการปะทะของแสงอาทิตย์กับอนุภาคของน้ำโดยตรงได้

          2) ในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องเตรียมแผนการจัดหาน้ำสำรองมาให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ เพราะหากเกิดภัยแล้งยาวนานข้ามปีจะทำให้เกิดการแย่งน้ำในชุมชนได้ ซึ่งการหาแหล่งสำรองน้ำสามารถทำได้จากการตอกน้ำบาดาลเพิ่มในชุมชน หรือเตรียมรถขนน้ำไปรับน้ำจากแหล่งอื่นมาเตรียมพร้อมให้กับประชาชน ดังนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องรีบดำเนินการเตรียมการวางแผนตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งหากไม่มีการเตรียมการที่ดีจะทำให้ในยามวิกฤติจะไม่สามารถหาน้ำมาให้ประชาชนในพื้นที่ได้

 

การทำบ่อสำรองน้ำ

(ที่มา : http://plastickaset.com/home/index.php?option=com_content&view=article&id=60&Itemid=69)

 

การปูผ้าในบ่อน้ำเพื่อลดการซึมดินของน้ำ 

(ที่มา : http://www.bansuanporpeang.com/node/55)