เนื้อหา

การให้ข้อมูลในการร่าง พรบ.บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ให้กับสภาปฎิรูปแห่งชาติ

 

          วันที่ 29 กรกฏาคมที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมบึงบอระเพ็ด มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์ ได้เข้าร่วมการประชุมสัมนาเชิงปฎิบัติการ เรื่อง "ถึงเวลาแล้วที่ต้องปฎิรูปกลไกทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม" ซึ่งจัดโดยสภาปฎิรูปแห่งชาติ โดยในการประชุมกลุ่มย่อยในเรื่องยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำ ดังนี้

 

          1) ทุกลุ่มน้ำในประเทศไทยต้องมีศูนย์ข้อมูลทางวิชาการ โดยในแต่ละลุ่มน้ำควรจัดทำศูนย์ข้อมูลทางวิชาการจากงานวิจัยในพื้นที่ โดยให้สถาบันการศึกษาในพื้นที่นั้นๆหรือหน่วยงานที่มีศักยภาพในพื้นที่ทำงานร่วมกันประยุกต์ใช้ข้อมูลดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากข้อมูลที่มี ซึ่งแนวคิดนี้เป็นแนวทางที่นายแพทย์สงพงษ์ ยูงทอง ได้วางไว้ให้กับศูนย์วิจัยและฝึกอบรมบึงบอระเพ็ดที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์ข้อมูลให้กับพื้นที่ลุ่มน้ำบึงบอระเพ็ดด้วย

          2) การปฏิรูปกฏหมายที่ทับซ้อนกันในพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยยกตัวอย่างบึงบอระเพ็ดที่มีกฏหมายที่ทับซ้อนกันหลายฉบับ และหน่วยงานแต่ละหน่วยได้ยึดถือตามกฏหมายที่ตนเองปฎิบัติใช้ จนทำให้การดำเนินการพัฒนา ปรับปรุงพื้นที่ ตลอดจนกระทบวิถีชีวิตของชุมชนด้วย ซึ่งต้องปฏิรูปบูรณาการกฏหมายให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันให้ได้

          3) การจัดทำโครงข่ายน้ำทั้งระบบลุ่มน้ำ โดยยกตัวอย่างลุ่มน้ำชึงบอระเพ็ดที่ฤดูน้ำหลากน้ำจะไหลบ่าตามทุ่งจากตอนบน ตอนกลาง จนถึงตอนล่างของลุ่มน้ำที่บึงบอระเพ็ดเป็นเวลาสั้นๆเท่านั้น หลังจากนั้นพื้นที่ตอนบนและตอนกลางของลุ่มน้ำก็ประสบปัญหาแห้งแล้งเกือบตลอดทั้งปี ดังนั้นในทุกลุ่มน้ำควรดำเนินการจัดทำโครงการน้ำให้มีประสิทธิภาพ สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในการอุปภคบริโภค การเกษตรกรรม และรักษาระบบนิเวศ ได้ตลอดทั้งปี

 

          ทั้งนี้อาจารย์ปราโมทย์ ไม้กลัด และทีมงาน สปช. รับข้อเสนอดังกล่าวไปพิจารณา และสนับสนุนข้อมูลในการร่าง พรบ.บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ฉบับล่าสุดต่อไป