การพัฒนาโรงเรียนเทศบาลวัดไทรเหนือเป็นสถานศึกษาจิตศึกษา

MU-SDGs Case Study*

การพัฒนาโรงเรียนเทศบาลวัดไทรเหนือเป็นสถานศึกษาจิตศึกษา

ผู้ดำเนินการหลัก*

รศ.ดร.สุภาภรณ์ คำเรืองฤทธิ์

ส่วนงานหลัก

ศูนย์วิจัยรับใช้สังคม
โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ผู้ดำเนินการร่วม

ผศ.ดร.กิตติคุณ หมู่พยัคฆ์
ดร.จิรพล จิรไกรศิริ
ผศ.ดร.ทวีศักดิ์ ชูมา

ส่วนงานร่วม

ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา

เนื้อหา*

หลักการและเหตุผล

การศึกษาในปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนผ่านจากการเน้นเพียงทักษะทางวิชาการ สู่การพัฒนา “มิติด้านใน” ของความเป็นมนุษย์ จิตตปัญญาศึกษาและจิตศึกษา จึงถูกนำมาใช้เป็นนวัตกรรมสำคัญเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับบุคคลและองค์กร โดยจิตตปัญญาศึกษามุ่งเน้นการพัฒนาความคิด จิตใจ และจิตวิญญาณผ่านการเรียนรู้เชิงใคร่ครวญ ขณะที่จิตศึกษาคือการนำแนวคิดดังกล่าวมาปฏิบัติในโรงเรียนผ่านกิจกรรมสม่ำเสมอ เช่น การฝึกสติ สมาธิ และความสงบ 

โรงเรียนเทศบาลวัดไทรเหนือเป็นโรงเรียนขนาดกลางในสังกัดเทศบาลนครนครสวรรค์ ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ มีผู้บริหารและครูรวม 23 คน จำนวนเด็กนักเรียนตั้งแต่อนุบาล 1-มัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 จำนวน 249 คน โครงการนี้ได้ขับเคลื่อนงานในพื้นที่โรงเรียนเทศบาลวัดไทรเหนือ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้ครูใช้เครื่องมือจิตตปัญญาศึกษาและจิตศึกษาในการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” เพื่อบ่มเพาะให้นักเรียนมีคุณลักษณะสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การเห็นคุณค่าในตนเอง (Self-esteem) การรู้จักและเข้าใจตนเอง (Self-awareness) และการมีวินัยในการกำกับตนเอง (Self-control) 

 

 การดำเนินงาน

 โครงการดำเนินการอย่างเป็นระบบตั้งแต่วันที่กุมภาพันธ์ถึงธันวาคม 2568 ผ่านกิจกรรมสำคัญ ดังนี้

    – การพัฒนาบุคลากร อบรมจิตตปัญญาศึกษา เพื่อฝึกทักษะการฟังอย่างลึกซึ้ง การจัดการอารมณ์ และการลดอำนาจเหนือ เพิ่มการใช้อำนาจร่วม

    – การออกแบบการสอน อบรมการจัดทำแผนการสอนจิตศึกษา และทดลองสอนจริง

    – การปรับโครงสร้างตารางเรียน บรรจุกิจกรรมจิตศึกษาไว้ในตารางเรียน 3 ช่วงเวลา ได้แก่ 1) คาบโฮมรูมเช้า (20 นาที) คาบจิตศึกษา: เริ่มเช้าวันใหม่ด้วยนิทานสะท้อนใจ และการฟังอย่างลึกซึ้ง 2) คาบบ่าย Body Scan (15 นาที): กลางวันสงบใจ กลับมาอยู่กับกายและความรู้สึก และ 3) คาบ “จัดกายจัดใจ” ก่อนกลับบ้าน (15 นาที) คาบทบทวนตน: ท้ายวัน เด็กสะท้อนว่าเรียนรู้อะไร และรู้สึกอย่างไร

    – การขยายผลสู่ผู้ปกครอง: ปรับรูปแบบการประชุมผู้ปกครองโดยใช้กระบวนการจิตตปัญญาศึกษา

ในการขับเคลื่อยนโครงการมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนห้องเรียนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย ปรับเปลี่ยนไปสู่วิถีใหม่ที่ครูและนักเรียนได้เรียนรู้จากภายใน “เมื่อครูกล้าเปลี่ยน เด็กๆ จึงกล้าเติบโต” อีกทั้งมีเป้าหมายว่า “ห้องเรียนแห่งความหวัง เมื่อเด็กเรียนรู้ที่จะรู้จักและรักตัวเอง เขาจะไม่หลุดออกจากระบบการศึกษา”

SDGs หลักที่สอดคล้องกับกิจกรรม*

SDGs4

เป้าประสงค์ย่อยใน SDG หลัก*

4.1,4.5

SDGs อื่น ๆ ที่สอดคล้อง

SDGs3,16

เป้าประสงค์ย่อยใน SDG อื่นๆ

3.4,16.2
Links ข้อมูลเพิ่มเติม * 
https://www.facebook.com/share/v/1DGN3BXUnp/
 

MU-SDGs Strategy*

ยุทธศาสตร์ที่ 3

Partners/Stakeholders*

เทศบาลนครนครสวรรค์
โรงเรียนเทศบาลวัดไทรเหนือ

ภาพประกอบ (3-5 ภาพ)*

Key Message*

“ห้องเรียนแห่งความหวัง เมื่อเด็กเรียนรู้ที่จะรู้จักและรักตัวเอง เขาจะไม่หลุดออกจากระบบการศึกษา”

ตัวชี้วัด THE Impact* Rankings ที่สอดคล้อง

4.3.4, 16.3.4

โครงการการพัฒนาความร่วมมือระดับท้องถิ่นเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้สำหรับเด็กเสี่ยงหลุดและเยาวชนนอกระบบการศึกษา และประชากรวัยแรงงานนอกระบบ ในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์

MU-SDGs Case Study*

โครงการการพัฒนาความร่วมมือระดับท้องถิ่นเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้สำหรับเด็กเสี่ยงหลุดและเยาวชนนอกระบบการศึกษา และประชากรวัยแรงงานนอกระบบ ในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์

ผู้ดำเนินการหลัก*

รศ.ดร.สุภาภรณ์ คำเรืองฤทธิ์

ส่วนงานหลัก

ศูนย์วิจัยรับใช้สังคม
โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ผู้ดำเนินการร่วม

ผศ.ดร.กิตติคุณ หมู่พยัคฆ์
ดร.จิรพล จิรไกรศิริ
ผศ.ดร.ทวีศักดิ์ ชูมา
อ.วรารัตน์ หนูวัฒนา
นางชุติภากาญจน์ ประจันทร์

ส่วนงานร่วม

 

เนื้อหา*

หลักการและเหตุผล
เทศบาลนครนครสวรรค์เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ใจกลางอำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ มีพื้นที่ในเขตการปกครอง 27.87 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 5 ตำบล ได้แก่ ตำบลปากน้ำโพ ตำบลนครสวรรค์ตก ตำบลนครสวรรค์ออก ตำบลวัดไทร และตำบลแควใหญ่ มีชุมชนในเขตเทศบาล (แยกตามเขต) รวมทั้งสิ้น 71 ชุมชน ประชากรในเขตเทศบาลส่วนใหญ่ประกอบอาชีพค้าขาย เป็นเจ้าของธุรกิจ รับจ้าง รับราชการ และประกอบอาชีพบริการต่าง ๆ 

มีโรงเรียนในสังกัดเทศบาลจำนวน 9 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 1–9 (เทศบาลนครนครสวรรค์, 2566: ออนไลน์) โดยส่วนใหญ่จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล 1 ถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ทั้งนี้ มีโรงเรียนที่จัดการศึกษาไปจนถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 4 โรงเรียนเทศบาล 6 และโรงเรียนเทศบาล 9 โดยโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครสวรรค์ (ท.9) จัดการเรียนการสอนเฉพาะระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1–6 และออกแบบการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศด้านกีฬา
สถิติจำนวนนักเรียนในปี พ.ศ. 2567 ของทั้ง 9 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น 5,735 คน แบ่งเป็นนักเรียนระดับอนุบาล 862 คน ระดับประถมศึกษา 2,775 คน และระดับมัธยมศึกษา 2,098 คน โดยมีจำนวนครูรวมทั้งสิ้น 333 คน

เมื่อพิจารณาถึงปัญหาที่ส่งผลให้นักเรียนมีโอกาสหลุดหรือหลุดออกนอกระบบการศึกษา พบว่าในแต่ละโรงเรียนมีปัญหาคล้ายคลึงกัน ได้แก่ นักเรียนมีปัญหาทางครอบครัว เช่น ครอบครัวหย่าร้าง ขาดการดูแลเอาใจใส่จากผู้ปกครอง และฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวไม่ค่อยดี ส่งผลให้เด็กนักเรียนแสดงพฤติกรรมออกมาในรูปแบบต่าง ๆ เช่น1)ติดเกม ติดโทรศัพท์ 2)ติดเพื่อนภายนอกโรงเรียน 3)ลักเล็กขโมยน้อย 4)ปัญหาชู้สาวและการตั้งครรภ์ไม่พร้อม 5)ติดยาเสพติด 6)มีพฤติกรรมก้าวร้าวและชอบใช้ความรุนแรง ปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้นักเรียนขาดความสนใจในการเรียน ขาดเรียนบ่อยครั้ง และไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา โดยปัญหามักปรากฏชัดเมื่อนักเรียนอยู่ในระดับมัธยมศึกษา (เยาวรักษ์ สุปิยะพาณิชย์, 2566)เมื่อพิจารณาร้อยละของนักเรียนที่เสี่ยงต่อการหลุดออกจากระบบการศึกษาของโรงเรียนทั้ง 9 แห่ง ในปี พ.ศ. 2567 พบว่ามีนักเรียนกลุ่มเสี่ยงจำนวน 75 คน โดยโรงเรียนที่มีสัดส่วนสูงที่สุดคือ โรงเรียนเทศบาล 6 จำนวน 16 คน เมื่อพิจารณาข้อมูลจำนวนนักเรียนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครนครสวรรค์ย้อนหลัง 2 ปี

นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2566-2567 ของโรงเรียน 9 พบว่ามีจำนวนเด็กหลุดนอกระบบส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับมัธยมศึกษา ม.1-3 โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียน ท.5 ที่มีจำนวนนักเรียนที่หลุดออกนอกระบบการศึกษาสูงกว่าโรงเรียนอื่น ๆ ในทั้ง 2 ปี หากพิจารณาเปรียบเทียบจำนวนเด็กหลุดนอกระบบรวม 9 โรงเรียนของแต่ละปี พบว่าปี 2566 เด็กหลุดนอกระบบรวมสูงที่สุดอยู่ที่ 62 คน ปี 2567 จำนวน 72 คน
 
การดำเนินงาน
โครงการมีการดำเนินงาน 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1: ปี 2566 – 2567 ได้มีการดำเนินโครงการ “การพัฒนาความร่วมมือระดับท้องถิ่นเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา-เรียนรู้ของเด็กเสี่ยงหลุดและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์” และ ระยะที่ 2: ปี 2568 ได้มีการดำเนินโครงการ “การพัฒนาความร่วมมือระดับท้องถิ่น เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้สำหรับเยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบ ในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์”
 
โดยทั้ง 2 ระยะ มีเป้าหมายหลักในการพัฒนา ดังนี้
   1) พัฒนาให้เทศบาลนครนครสวรรค์มีระบบและกลไกแก้ไขปัญหาเด็กหลุดระบบการศึกษา แล้วนำเข้าสู่ภาระงานประจำ/แผนปฏิบัติงาน
   2) มีนวัตกรรมการเรียนการสอนเพื่อลดการเสี่ยงหลุดระบบการศึกษา
   3) ส่งเสริมการเรียนรู้แบบยืดหยุ่นให้เด็กหลุดระบบระบบการศึกษา ทั้งส่งต่อกรมส่งเสริมการเรียนรู้ จังหวัดนครสวรรค์ (สกร.) เพื่อให้ได้วุฒิการศึกษา ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะอาชีพ เพื่อสร้างรายได้
   4) พัฒนาศักยภาพของครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง เพื่อเป็นการสร้างครูที่เข้าใจเด็ก สร้างเด็กที่เห็นคุณค่าในตัวเองด้วยจิตตปัญญาศึกษา

SDGs หลักที่สอดคล้องกับกิจกรรม*

SDGs4

เป้าประสงค์ย่อยใน SDG หลัก*

4.1,4.4

SDGs อื่น ๆ ที่สอดคล้อง

SDGs16

เป้าประสงค์ย่อยใน SDG อื่นๆ

16.a, 16.2, 16.7
Links ข้อมูลเพิ่มเติม * 
https://www.facebook.com/share/v/1DGN3BXUnp/
 

MU-SDGs Strategy*

ยุทธศาสตร์ที่ 3

Partners/Stakeholders*

เทศบาลนครนครสวรรค์
โรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครนครสวรรค์ทั้ง 9 แห่ง
สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 8 นครสวรรค์

ภาพประกอบ (3-5 ภาพ)*

Key Message*

“ห้องเรียนแห่งความหวัง เมื่อเด็กเรียนรู้ที่จะรู้จักและรักตัวเอง เขาจะไม่หลุดออกจากระบบการศึกษาอีกต่อไป”

ตัวชี้วัด THE Impact* Rankings ที่สอดคล้อง

4.3.4

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ “วัสดุเม็ดดินเผา” เพื่อเพิ่มมูลค่าดินตะกอนบึงบอระเพ็ดและวัชพืชน้ำ (EcoPopper)

MU-SDGs Case Study*

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ “วัสดุเม็ดดินเผา” เพื่อเพิ่มมูลค่าดินตะกอนบึงบอระเพ็ดและวัชพืชน้ำ (EcoPopper)

ผู้ดำเนินการหลัก*

1. ผศ.ดร. ปัณฑารีย์ แต้ประยูร
2. นายธนากร จันหมะกสิต
3. นางสาวสุภามณี ไชยสอน
4. นายกฤตเมธ อุสาหะการี

ส่วนงานหลัก

โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แก่
1. หลักสูตรเกษตรยั่งยืนเพื่อสุขภาพและการประกอบการ
2. ศูนย์วิจัยและบริการวิชาการ
3. หน่วยวิจัยการใช้ประโยชน์ทางการเกษตรและสิ่งแวดล้อม

ผู้ดำเนินการร่วม

 

ส่วนงานร่วม

 

เนื้อหา*

โครงการนี้มีจุดเริ่มจากการเรียนการสอนรายวิชาวิทยาศาสตร์การผลิตพืช/นวัตกรรมเกษตร ที่ให้นักศึกษาออกแบบโครงงานนวัตกรรมเพื่อชุมชน โดยเน้นการแก้ปัญหาเชิงพื้นที่และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น พื้นที่บึงบอระเพ็ด เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีตะกอนดินสะสมจำนวนมาก และเผชิญปัญหาวัชพืชน้ำ เช่น ผักตบชวา ซึ่งรบกวนระบบนิเวศและการประมง นักศึกษาได้ใช้โจทย์จริงนี้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เม็ดดินเผา (EcoPopper) ที่ผลิตจากดินตะกอนผสมกับวัชพืชน้ำ เผาให้ได้เม็ดดินเบา มีคุณสมบัติซึมซับน้ำและอากาศ เหมาะสำหรับการเพาะปลูกผักไฮโดรโปนิกส์

ผลลัพธ์ของโครงการ

• นักศึกษาได้ฝึกทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม (innovation-based learning) และการเรียนรู้จากปัญหาจริง (problem-based learning)

• ได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบเม็ดดินเผาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทดแทนวัสดุเพาะปลูกที่ต้องนำเข้า เช่น ฟองน้ำปลูกผัก

• สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือใช้ (sediment & weeds) ตอบโจทย์ BCG economy และ SDG

• สามารถต่อยอดเป็นธุรกิจชุมชนหรือสตาร์ทอัพของนักศึกษาในอนาคต

ประโยชน์ต่อสังคม

• ลดปัญหาวัชพืชน้ำในบึงบอระเพ็ด

• เพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่น

• สร้างต้นแบบการเรียนรู้เชิงนวัตกรรมและผู้ประกอบการรุ่นใหม่

 

SDGs หลักที่สอดคล้องกับกิจกรรม*

SDGs12

เป้าประสงค์ย่อยใน SDG หลัก*

12.4, 12.5

SDGs อื่น ๆ ที่สอดคล้อง

SDGs13,14,15,4

เป้าประสงค์ย่อยใน SDG อื่นๆ

13.2, 14.1, 15.1, 15.3, 4.7
Links ข้อมูลเพิ่มเติม * 
https://www.facebook.com/share/v/1YN9vRsSRp/
 

MU-SDGs Strategy*

ยุทธศาสตร์ที่ 4,2

Partners/Stakeholders*

1. นักศึกษาหลักสูตรเกษตรยั่งยืนเพื่อสุขภาพและการประกอบการ
2. ศูนย์วิจัยและบริการวิชาการ ม.มหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์
3. ชุมชนรอบบึงบอระเพ็ด และเกษตรกรผู้ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์
4. กลุ่มเครื่องปั้นดินเผาบ้านมอญ นครสวรรค์

ภาพประกอบ (3-5 ภาพ)*

Key Message*

“จากตะกอนดินและวัชพืชน้ำ สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มเม็ดดิน EcoPopper”
“โครงงานนักศึกษา = การเรียนรู้จริง + การสร้างนวัตกรรม”
“เพิ่มคุณค่าท้องถิ่น ตอบโจทย์ SDGs และการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

ตัวชี้วัด THE Impact* Rankings ที่สอดคล้อง

12.4.1, 12.5.1, 4.7.1, 15.3.1

ให้ความรู้แก่สังคม ชุมชนและประชาสัมพันธ์วิทยาเขตนครสวรรค์ผ่านสื่อที่หลากหลาย

MU-SDGs Case Study*

ให้ความรู้แก่สังคม ชุมชนและประชาสัมพันธ์วิทยาเขตนครสวรรค์ผ่านสื่อที่หลากหลาย

ผู้ดำเนินการหลัก*

1. ดร.ธนากร เที่ยงน้อย 
2. ดร.เปล่งสุรีย์ เที่ยงน้อย 

ส่วนงานหลัก

โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล 

ผู้ดำเนินการร่วม

 

ส่วนงานร่วม

สถานีวิทยุชุมชนตำบลเขาทอง

เนื้อหา*

   โครงการให้ความรู้แก่สังคม ชุมชนและประชาสัมพันธ์วิทยาเขตนครสวรรค์ผ่านสื่อที่หลากหลาย ประจำปีงบประมาณ 2568 ดำเนินการเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับประชาชนทั่วไป ซึ่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นการปรับความรู้ให้เท่าทันอยู่เสมอ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้คนสามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเหมาะสม ผู้ที่รับประสบการณ์เรียนรู้ทั้งที่เป็นแบบทางการ (Formal Learning) และไม่เป็นทางการหรือการเรียนรู้ตามอัธยาศัย (Informal Learning) เพื่อการมีชีวิตอยู่รอด สามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเหมาะสม และมีความสุขตลอดช่วงชีวิตของแต่ละบุคคล ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดลในยุทธศาสตร์ที่ 2 Innovative Education and Authentic Learning เสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์สำหรับบุคคลทั่วไปโดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานหรือกลุ่มผู้สูงอายุ โครงการนี้ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมมือกับสถานีวิทยุชุมชนตำบลเขาทอง ตำบลเขาทอง อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ (FM 94.25 MHz) ซึ่งเป็นสถานีวิทยุที่ได้รับความนิยมจากประชาชนในพื้นที่ร่วมกันดำเนินโครงการ โดยจัดรายการ “ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตกับมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์” ในช่วงเวลา 14.00-15.00 น. ทุกวันพุธ ตลอดปีงบประมาณ 2568 โดยเนื้อหาหลักของรายการจะประกอบด้วย

   1.สภาวะดินฟ้าอากาศ ในระดับประเทศ ระดับภาค ระดับจังหวัด และระดับอำเภอ เพื่อรายงานสภาวะดินฟ้าอากาศ ปรากฏการณ์ทางสภาพอากาศต่าง ๆ เช่น อุณหภูมิ ความกดอากาศ ความชื้น ฝน พายุ ฯลฯ โดยมีเป้าหมายหลักคือ การพยากรณ์อากาศและทำความเข้าใจว่าสภาพอากาศส่งผลกระทบต่อมนุษย์และโลกอย่างไร เพื่อให้ผู้รับฟังเข้าใจและเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสภาพอากาศ

    2.อาหารและสุขภาพ เพื่อรายงานสถานการณ์โรคระบาด โรคอุบัติใหม่ การป้องกันโรค การดูแลสุขภาพร่างกายของคนในครอบครัว และประโยชน์จากอาหารประเภทต่าง ๆ 

    3.เตือนภัยพี่น้องเกษตรกร เพื่อรายงานสถานการณ์ทางการเกษตร การระบาดของโรคและแมลงทางการเกษตร การป้องกันกำจัดโรคและแมลงทางการเกษตร การตลาดการเกษตร

   4.ประชาสัมพันธ์ข่าว ประกาศ หลักสูตรการเรียนของ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล

   นอกจากนั้นภายใต้โครงการนี้ยังได้จัดทำสื่อเพื่อเพิ่มช่องทางการบริการวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมให้มากยิ่งขึ้นโดยเชิญบุคลากรที่เกี่ยวข้องมาร่วมเป็นวิทยากรในรายการ Podcast ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตกับมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์ .ในประเด็นต่าง ๆ ที่น่าสนใจอีกด้วย เช่น EP การตลาดสินค้าเกษตรยุคปัจจุบัน ทำอย่างไรให้โดนใจผู้บริโภค เป็นต้น

 
 

SDGs หลักที่สอดคล้องกับกิจกรรม*

SDGs4

เป้าประสงค์ย่อยใน SDG หลัก*

4.4,4.5,4.7

SDGs อื่น ๆ ที่สอดคล้อง

SDGs12,13

เป้าประสงค์ย่อยใน SDG อื่นๆ

12.2,12.3,13.1,13.3
Links ข้อมูลเพิ่มเติม * 

 

MU-SDGs Strategy*

ยุทธศาสตร์ที่ 2,3

Partners/Stakeholders*

1. สถานีวิทยุชุมชนตำบลเขาทอง
2. นักศึกษาหลักสูตรเกษตรยั่งยืนเพื่อสุขภาพและการประกอบการ

ภาพประกอบ (3-5 ภาพ)*

Key Message*

“การเรียนรู้ตลอดชีวิต (lifelong learning)”
“การเรียนรู้ตามอัธยาศัย (Informal Learning)”
“ม.มหิดลส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาโดยไม่เลือกปฏิบัติทั้งทางตรงหรือทางอ้อม”

ตัวชี้วัด THE Impact* Rankings ที่สอดคล้อง

12.4.1, 12.5.1, 15.1.1, 15.8.1, 6.3.1

เตรียมตัวอย่างไร ให้สูงวัยอย่าง Smart

MU-SDGs Case Study*

เตรียมตัวอย่างไร ให้สูงวัยอย่าง Smart

ผู้ดำเนินการหลัก*

นางศศิธร มารัตน์

ส่วนงานหลัก*

โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์

ผู้ดำเนินการร่วม

น.ส. ลัดดาวัลย์ โพธิวิจิตร
น.ส.อรนิช แก้วสุข

ส่วนงานร่วม

ศูนย์การแพทย์มหิดลบำรุงรักษ์ จังหวัดนครสวรรค์

เนื้อหา*

ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ โครงสร้างประชากรของประเทศไทยเริ่มเข้าสู่การเป็น “สังคมสูงวัย” (Aged society) ตั้งแต่ปี 2548 คือ มีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปี ขึ้นไปสูงถึงร้อยละ 10 ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในปี 2564 ประเทศไทยจะเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” (Complete Aged Society) ประชากรอายุ 60 ปี ขึ้นไปมีสัดส่วนสูงถึง ร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมดและ ในปี 2574 ประเทศไทย จะเข้าสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” (Super Aged Society) และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติรายงานการคาดการณ์ประชากรของประเทศไทยระหว่างปี 2553-2583
โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีวิสัยทัศน์ด้านบูรณาการสู่การพัฒนาสังคมในภูมิภาค มีความสามารถด้านวิชาการ งานวิจัยและบริการวิชาการแบบบูรณาการที่เป็นต้นแบบนำสู่การพัฒนาชุมชน สังคม เป็นที่พึ่งพิงของชุมชนและสังคมในภูมิภาคเหนือล่าง-กลางบน 7 จังหวัด ได้แก่ ตาก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ อุทัยธานี ชัยนาท และนครสวรรค์จังหวัดและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ 1)บูรณาการงานวิจัยในสังคมภูมิภาคและระดับสากล ยุทธศาสตร์ที่3)บริการทางวิชาการเป็นที่พึ่งของชุมชนและสังคมและเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับวิทยาเขต และยุทธศาสตร์ที่ 4)ศูนย์ความเป็นเลิศด้านผู้สูงอายุ
พันธกิจหลักของศูนย์การแพทย์มหิดลบำรุงรักษ์ จังหวัดนครสวรรค์ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยจะเป็นเลิศด้านการดูแลผู้สูงอายุและการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย งานผู้สูงอายุและส่งเสริมสุขภาพชุมชน เล็งเห็นความสำคัญของการวางแผนการดูแล และการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ เพื่อเป็นผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ (smart Aging) มีความพร้อมทั้งด้านร่างกาย จิต สังคมและจิตวิญญาณ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ เช่น ด้านหลักประกันรายได้ ด้านที่อยู่อาศัย ด้านสุขภาพ ด้านการประกอบอาชีพ เป็นต้น
วิธีการดำเนินโครงการ
– จัดรูปแบบวงเสวนา
– เชิญผู้ทรงคุณวุฒิที่ประชาคมมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์ให้ความเคารพ ผู้มีความรู้และเชี่ยวชาญด้านต่างๆเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมก่อนสูงวัยและเตรียมก่อนวัยเกษียณ

– ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาคมมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์และและผู้สนใจในการเตรียมความพร้อม

จากการจัดกิจกรรมเสวนาในครั้งนี้ พบว่า ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เข้าร่วมในรูปแบบ Onsite จำนวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 97.2 และในรูปแบบ Online จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 2.8
จากผลการประเมินความพึงพอใจในภาพรวมพบว่า ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุดต่อการเสวนาเรื่อง “เตรียมตัวอย่างไรให้สูงวัยอย่าง SMART” โดยเฉพาะในด้านความน่าสนใจของหัวข้อ, ความรู้ที่ได้รับ, และการถ่ายทอดของวิทยากรที่ได้รับคะแนนในระดับ 5 เป็นส่วนใหญ่ ในด้านที่ควรพิจารณาปรับปรุงเพิ่มเติมคือ ระยะเวลาการอบรม เนื่องจากมีการให้คะแนนในระดับที่น้อยที่สุด ทั้งนี้ สาเหตุเกิดจากการเสวนาที่ดำเนินเลยเวลาที่กำหนดไว้ เนื่องจากมีคำถามจากผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก วิทยากรจึงตอบคำถามอย่างครบถ้วนเพื่อความชัดเจนซึ่งทำให้ระยะเวลาการจัดงานเกินกำหนดจากที่แจ้งไว้
ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสะท้อนมุมมองที่สำคัญเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยสูงอายุอย่างมีคุณภาพคือ
– การเตรียมความพร้อมควรเริ่มตั้งแต่วัยรุ่นและวัยทำงาน ไม่ใช่เพียงเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุแล้วเท่านั้น เพื่อให้สามารถปรับตัวได้อย่างมีคุณภาพในอนาคต
– การวางแผนทางการเงินเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ซึ่งการวางแผนรายได้ระยะยาว คือปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อความมั่นคงในวัยชรา

– สุขภาพร่างกายและจิตใจต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีสุขภาพที่ดี ย่อมไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ แม้จะมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง
– การเข้าสู่วัยสูงอายุต้องอาศัยการปรับมุมมอง การยอมรับบทบาทที่เปลี่ยนไป และการมีทัศนคติที่เป็นบวกต่อตนเอง คุณภาพชีวิตที่ดีในวัยสูงอายุต้องครอบคลุมหลายมิติ ได้แก่ ที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม เครือข่ายสังคมที่สนับสนุน การมีความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว และการสื่อสารที่เข้าใจกันระหว่างวัย
– ผู้เข้าร่วมตระหนักว่า “เวลา” เป็นทรัพยากรที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ การเริ่มต้นเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้คือการลงทุนที่มีค่าที่สุด
ข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วม
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเสนอแนะให้มีการจัดเสวนาและอบรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการตระหนักรู้ สร้างแรงบันดาลใจ และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง ทั้งในชีวิตประจำวันและในบทบาทของการดูแลครอบครัว

SDGs หลักที่สอดคล้องกับกิจกรรม*

SDGs3

เป้าประสงค์ย่อยใน SDG หลัก*

3.d

SDGs อื่น ๆ ที่สอดคล้อง

 SDGs4

เป้าประสงค์ย่อยใน SDG อื่นๆ

 4.7
Links ข้อมูลเพิ่มเติม * 

https://www.facebook.com/MUNAkhonsawan/posts/pfbid02sMRA9bYjtTwPhiMyZKgmMCh6iZvGBYyaYqzFaSxwQm5e3f5D7bQ25rn83G8M9YHrl?rdid=9f3r74Yz7JmCROW1#

https://www.facebook.com/MahidolUniversity/posts/pfbid02LzQUjHNBSy1F2H8AZaGw5yFadqs3tj7Nx1RjmQabyUYV4J9yfgTN5fh59oQJ7UTrl?rdid=4EiNXZbhfz0zqiok#

MU-SDGs Strategy*

ยุทธศาสตร์ที่ 4

Partners/Stakeholders*

– งานวิชาการและหลักสูตร มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์
– หลักสูตรสาธารณสุขศาตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์
– สมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ จ.นครสวรรค์

ภาพประกอบ (3-5 ภาพ)*

Key Message*

“สูงวัยอย่าง Smart ต้องเริ่มที่การเตรียมพร้อมทั้งกาย ใจ สังคม และเทคโนโลยี ตั้งแต่วันนี้ เพื่อชีวิตสูงวัยที่มีคุณค่า”

ตัวชี้วัด THE Impact* Rankings ที่สอดคล้อง

3.d, 4.7

โครงการพัฒนาคุณลักษณะบัณฑิตและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

MU-SDGs Case Study*

โครงการพัฒนาคุณลักษณะบัณฑิตและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

ผู้ดำเนินการหลัก*

อ.จุฑารัตน์ สว่างชัย

ส่วนงานหลัก*

สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์

ผู้ดำเนินการร่วม

ผศ.ดร.กาญจนาณัฐ ทองเมืองธัญเทพ
อ.ดร.นิรนาท วิทยโชคกิติคุณ
อ.ดร.พาณี วิรัชกุล
อ.ศรีสุภา ใจโสภา
อ.สายฝน อำพันกาญจน์
อ.เอกลักษณ์ เด็กยอง
อ.นีรนุช โชติวรางกูล
อ.ณัฎฐ์ธัญศา ยิ่งยงเมธี
อ.กาญเขตร์ ทรัพย์สอาด
อ.ยุวรีย์ อินทร์เพ็ญ
อ.ธนัญญา เณรตาก้อง
อ.ทัตติยา ชังชั่ว
อ.นิศานาถ ทองใบ

ส่วนงานร่วม

เนื้อหา*

1. ความสำคัญ
การพัฒนาคุณลักษณะบัณฑิตและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมนักศึกษาระดับปริญญาตรี เป็นกิจกรรมที่พัฒนานักศึกษาผ่านรูปแบบของกิจกรรมเสริมหลักสูตร มีเป้าหมายสำคัญเพื่อการพัฒนาคุณลักษณะบัณฑิตและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ให้เป็นบัณฑิตที่มีปัญญา ความรู้ ความสามารถ มีทักษะชีวิต การเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นผู้มีคุณธรรมและจิตอาสา มีคุณลักษณะความเป็นผู้ประกอบการ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมและของโลก เป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง มีความกล้าหาญทางจริยธรรม ยึดมั่นในความถูกต้องและรักษ์ความเป็นไทย เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นไทย พัฒนานักศึกษาให้เป็นพลเมืองของโลก (Global Citizen and Global Talent) และมีความรู้ในการใช้ชีวิตยุคศตวรรษที่ 21 เพิ่มทักษะการสร้างสัมพันธภาพ รู้จักตนเอง เข้าใจ มีทักษะในการดำเนินชีวิต และการเผชิญสถานการณ์ต่าง ๆ เกิดการเรียนรู้ในการเปลี่ยนแปลงตนเองในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น เกิดความพึงพอใจในการดำเนินชีวิต สามารถปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่น ยอมรับและเคารพในความแตกต่างของแต่ละบุคคล

หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ เห็นถึงความสำคัญดังกล่าว เนื่องจากนักศึกษาจะต้องได้รับการเตรียมความพร้อม การทำกิจกรรม และเรียนรู้ผ่านกิจกรรม รวมถึงพัฒนาทักษะต่าง ๆ จึงจัดโครงการพัฒนานักศึกษา เพื่อพัฒนาคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา ค่านิยมองค์กร มหาวิทยาลัยมหิดล อัตลักษณ์บัณฑิต พัฒนานักศึกษาให้เป็นพลเมืองของโลก (Global Citizen and Global Talent) และมีความรู้ในการใช้ชีวิตยุคศตวรรษที่ 21 ทำให้เข้าใจตนเอง เคารพความแตกต่างของตนเองและผู้อื่น เกิดการเรียนรู้ในการเปลี่ยนแปลงตนเองในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น พัฒนาตนเองให้เป็นพลเมืองของโลก (Global Citizen and Global Talent) และมีความรู้ในการใช้ชีวิตยุคศตวรรษที่ 21

2. ผลการดำเนินงาน
ผลลัพธ์เชิงปริมาณ
1. กิจกรรมวันพยาบาลแห่งชาติ ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในระดับดี เท่ากับ (
x= 4.24, S.D. = 0.84)
2. กิจกรรมวันลอยกระทง ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในระดับดี เท่ากับ (x= 4.39, S.D. = 0.84)
3. กิจกรรมวันพ่อแห่งชาติ ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในระดับดี เท่ากับ (x= 4.05, S.D. = 0.94)

SDGs หลักที่สอดคล้องกับกิจกรรม*

SDGs4

เป้าประสงค์ย่อยใน SDG หลัก*

4.7

SDGs อื่น ๆ ที่สอดคล้อง

 

เป้าประสงค์ย่อยใน SDG อื่นๆ

 
Links ข้อมูลเพิ่มเติม * 

 

MU-SDGs Strategy*

ยุทธศาสตร์ที่ 2

Partners/Stakeholders*

1. กลุ่มวิชาการและหลักสูตร โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์
2. โรงพยาบาลในเขตบริการสุขภาพที่ 3 

ภาพประกอบ (3-5 ภาพ)*

Key Message*

โครงการพัฒนาคุณลักษณะบัณฑิตและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้นักศึกษามีคุณธรรม จิตสาธารณะ และตระหนักในความเป็นไทย พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมสู่การเป็นพลเมืองโลก (Global Citizen and Global Talent) ที่มีศักยภาพในศตวรรษที่ 21 นักศึกษาจะได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้านผ่านกิจกรรมเสริมหลักสูตร เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิต การเรียนรู้ตลอดชีวิต การอยู่ร่วมกับผู้อื่น และการเคารพความแตกต่าง

ตัวชี้วัด THE Impact* Rankings ที่สอดคล้อง

4.3.4

โครงการพัฒนาทักษะการฟังบรรยายวิชาการภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษา

MU-SDGs Case Study*

โครงการพัฒนาทักษะการฟังบรรยายวิชาการภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษา

ผู้ดำเนินการหลัก*

อ.กาญเขตร์ ทรัพย์สอาด

ส่วนงานหลัก*

สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์

ผู้ดำเนินการร่วม

ผศ.ดร.กาญจนาณัฐ ทองเมืองธัญเทพ
อ.ดร.นิรนาท วิทยโชคกิติคุณ
อ.ดร.พาณี วิรัชกุล
อ.ศรีสุภา ใจโสภา
อ.สายฝน อำพันกาญจน์
อ.เอกลักษณ์ เด็กยอง
อ.นีรนุช โชติวรางกูล
อ.ณัฎฐ์ธัญศา ยิ่งยงเมธี
อ.จุฑารัตน์ สว่างชัย
อ.ยุวรีย์ อินทร์เพ็ญ
อ.ธนัญญา เณรตาก้อง
อ.ทัตติยา ชังชั่ว
อ.นิศานาถ ทองใบ

ส่วนงานร่วม

เนื้อหา*

1. ความสำคัญ
การศึกษาในยุคปัจจุบันมีความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก ภาษาอังกฤษเข้ามามีบทบาทและเป็นส่วนสำคัญในการเรียนรู้ เนื่องจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลที่คนทั่วโลกใช้ในการสื่อสาร บุคคลที่มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษจึงสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และแสวงหาความรู้ได้มากกว่า ทักษะการใช้ภาษาไม่ว่าจะเป็น ทักษะการฟัง ทักษะการพูด ทักษะการอ่าน และทักษะการเขียน ล้วนสำคัญด้วยกันทั้งสิ้น การความสามารถในการฟังเข้าใจในภาษาอังกฤษที่เป็นภาษาสากล ย่อมช่วยในการติดต่อสื่อสารให้เกิดความเข้าใจตรงกัน
วิชาชีพพยาบาลเป็นหนึ่งในสาขาวิชาชีพที่ได้ทำข้อตกลง “ข้อตกลงยอมรับร่วมสาขาวิชาชีพพยาบาลของอาเซียน” จากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) ซึ่งสามารถเคลื่อนย้ายบริการเสรีทางวิชาชีพ ดังนั้นทักษะการใช้ภาษาสากลในการสื่อสารระหว่างประเทศ จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องสร้างเสริมและพัฒนาให้แก่นักศึกษา ผู้รับผิดชอบโครงการเห็นประโยชน์และความสำคัญในการพัฒนาสมรรถนะทางภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะในเรื่องของทักษะการฟัง และทักษะการพูด เนื่องจากเป็นทักษะที่นักศึกษาไทยยังมีโอกาสในการฝึกฝนน้อย จึงจัดทำโครงการพัฒนาทักษะการฟังบรรยายวิชาการภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษา เพื่อให้นักศึกษามีทัศนคติที่ดีต่อการพัฒนาภาษาอังกฤษ และได้รับประสบการณ์การฟังบรรยายวิชาการภาษาอังกฤษเพิ่มมากขึ้นในขณะศึกษาในหลักสูตรฯ
2. ผลการดำเนินงาน
ผลลัพธ์เชิงปริมาณ
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีระดับความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมในภาพรวม อยู่ในระดับดีมาก (
x= 4.54, S.D. = 1.93)

SDGs หลักที่สอดคล้องกับกิจกรรม*

SDGs4

เป้าประสงค์ย่อยใน SDG หลัก*

4.7

SDGs อื่น ๆ ที่สอดคล้อง

 

เป้าประสงค์ย่อยใน SDG อื่นๆ

 
Links ข้อมูลเพิ่มเติม * 

https://www.facebook.com/share/p/1BfGy5NQVH/

 

MU-SDGs Strategy*

ยุทธศาสตร์ที่ 2

Partners/Stakeholders*

1. กลุ่มวิชาการและหลักสูตร โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์
2. ศูนย์ฟิสิกส์ทฤษฎีและปรัชญาธรรมชาตินครสวรรค์

ภาพประกอบ (3-5 ภาพ)*

Key Message*

“ในโลกยุคดิจิทัลที่การสื่อสารไร้พรมแดน ภาษาอังกฤษกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปิดประตูสู่ความรู้ระดับสากล โดยเฉพาะสำหรับนักศึกษาพยาบาล ที่กำลังเตรียมพร้อมสู่การเป็นกำลังสำคัญในประชาคมอาเซียน การพัฒนาทักษะการฟังและพูดภาษาอังกฤษ จึงเป็นการเพิ่มพูนสมรรถนะวิชาชีพ พร้อมสร้างทัศนคติที่ดีและความมั่นใจในการสื่อสารกับประชาคมโลกอย่างมีประสิทธิภาพ”

ตัวชี้วัด THE Impact* Rankings ที่สอดคล้อง

4.3.5

โครงการ NAS BASIC CAMP and SIP+9th School

MU-SDGs Case Study*

โครงการ NAS BASIC CAMP and SIP+9th School

ผู้ดำเนินการหลัก*

ศาสตราจารย์ ดร.บุรินทร์ กำจัดภัย

ส่วนงานหลัก*

ผู้อำนวยการศูนย์ฟิสิกส์ทฤษฎีและปรัชญาธรรมชาตินครสวรรค์

ผู้ดำเนินการร่วม

ส่วนงานร่วม

เนื้อหา*

วัตถุประสงค์ 

1. เพื่อให้ศูนย์ได้รับการยอมรับในฐานะ national center of learning ในสาชาวิชาฟิสิกส์ทฤษฎีจากประชาคมฟิสิกส์ไทย
2. เพื่อดึงดูดนักศึกษาที่มีศักยภาพสูงเข้าเรียนระดับปริญญาเอกที่ศูนย์ฯ   
3. เพื่อสร้างศักยภาพทางความรู้ด้านฟิสิกส์รากฐานให้กับนักฟิสิกส์รุ่นใหม่ของประเทศ
วันอังคารที่ 25 มีนาคม 2568 ถึงวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2568 ณ สิกขาลัยเพื่อการค้นคว้าขั้นก้าวหน้า อาคารปฏิบัติการวิทยาศาสตร์อเนกประสงค์ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล

     การเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีในสาขาวิชาฟิสิกส์ ในสถาบันอุดมศึกษาของประเทศไทยนั้น อาจมีผลลัพธ์ที่เกิดเป็นองค์ความรู้และทักษะแก่บัณฑิตที่หลากหลาย ทั้งนี้ตัวชี้วัดคือการสร้างงาน การได้งานทำที่ตรงกับสาขาวิชาที่ได้สำเร็จการศึกษามาค่อนข้างจำกัด ด้วยปัจจัยที่หลากหลายทำให้ผลสัมฤทธิ์ในการจัดการเรียนการสอนขาดประสิทธิภาพไปพอสมควร ทั้งนี้ผลเสียที่เกิดขึ้นนี้ได้ส่งผลกระทบต่อบัณฑิตฟิสิกส์ทั้งในอดีตและปัจจุบันมาอย่างยาวนาน  ศูนย์ฟิสิกส์ทฤษฎีฯได้เล็งเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น และด้วยการที่ศูนย์ฟิสิกส์ทฤษฎีฯแห่งนี้มีบุคลากรทางด้านฟิสิกส์ทฤษฎีที่ทำงานวิจัยทางด้านฟิสิกส์ทฤษฎีมาอย่างยาวนานมีความประสงค์ที่จะช่วยแก้ปัญหาและยกระดับการศึกษาของสาขาวิชาฟิสิกส์ให้มากขึ้นจึงได้จัดโครงการอบรมรายวิชาสำหรับนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นมา เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้เข้ามาเรียนรู้จากนักฟิสิกส์ทฤษฎีโดยตรง
     ศูนย์ฟิสิกส์ทฤษฎีฯ จึงจัดโครงการ NAS BASIC CAMP and SIP+9th School เพื่อการสร้างการรู้จักของสถาบันต่อนิสิตนักศึกษาภายนอก เพื่อเปิดโอกาสในการรับรู้และการรับนักศึกษาที่มีศักยภาพเข้าศึกษาต่อ ณ ศูนย์ฟิสิกส์ทฤษฎีฯ ในอนาคต

SDGs หลักที่สอดคล้องกับกิจกรรม*

SDGs4

เป้าประสงค์ย่อยใน SDG หลัก*

 

SDGs อื่น ๆ ที่สอดคล้อง

 

เป้าประสงค์ย่อยใน SDG อื่นๆ

 
Links ข้อมูลเพิ่มเติม * 
https://na.mahidol.ac.th/nas2020/sip9th/

https://na.mahidol.ac.th/nas2020/nasbasiccamp2/
 

MU-SDGs Strategy*

ยุทธศาสตร์ที่ 2

Partners/Stakeholders*

1. โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์
2. ศูนย์ฟิสิกส์ทฤษฎีและปรัชญาธรรมชาตินครสวรรค์

ภาพประกอบ (3-5 ภาพ)*

Key Message*

การยกระดับการศึกษาฟิสิกส์ระดับปริญญาตรี ด้วยการเปิดพื้นที่การเรียนรู้จากนักฟิสิกส์ทฤษฎี เสริมสร้างองค์ความรู้ ทักษะ และแรงบันดาลใจให้แก่นิสิต พร้อมทั้งสร้างโอกาสในการเติบโตทางวิชาชีพและการศึกษาต่อ

ตัวชี้วัด THE Impact* Rankings ที่สอดคล้อง

16.3.4

พัฒนาศักยภาพการสื่อสารในการดูแลแบบประคับประคอง ของทีมสุขภาพในเครือข่าย ปฐมภูมิโรงพยาบาลมโนรมย์ อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท

MU-SDGs Case Study*

พัฒนาศักยภาพการสื่อสารในการดูแลแบบประคับประคอง ของทีมสุขภาพในเครือข่าย    ปฐมภูมิโรงพยาบาลมโนรมย์ อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท

ผู้ดำเนินการหลัก*

นางศศิธร มารัตน์

ส่วนงานหลัก*

โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ผู้ดำเนินการร่วม

น.ส. ลัดดาวัลย์ โพธิวิจิตร
น.ส.อรนิช แก้วสุข

ส่วนงานร่วม

ศูนย์การแพทย์มหิดลบำรุงรักษ์ จังหวัดนครสวรรค์

เนื้อหา*

           โรงพยาบาลมโนรมย์ เป็นโรงพยาบาลขนาด 30 เตียง มีเครื่อข่ายปฐมภูมิ จำนวน 8 พื้นที่ ได้แก่ รพ.สต.คุ้งสำเภา รพ.สต.วัดโคก รพ.สต.ศิลาดาน รพ.สต.ท่าฉนวน รพ.สต. หางน้ำหนองแขม รพ.สต.ไร่พัฒนา รพ.สต.อู่ตะเภา และหน่วยปฐมภูมิ รพ.นโนรมย์ (หางน้ำสาคร) แต่ละพื้นที่มีจัดบริการกองทุน Long Term Care ซึ่งเป็นการดูแล ส่งต่อ ตั้งแต่โรงพยาบาลสู่บ้านมีการส่งข้อมูลสุขภาพ โดยเฉพาะการดูแลแบบประคับประคองร่วมกันทั้งในโรงพยาบาลและที่บ้านแต่ด้วยจำนวนพยาบาลที่จำนวนจำกัดในการดูแลที่ซึ่งต้องทำ family meeting และAdvance care plan ที่บ้านจึงทำให้เกิดการดูแลไม่ทั่วถึง เพื่อมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเรื่องการตายดีและการดูแลแบบประคับประคองให้เป็นระบบ การสื่อสารจึงเป็นเรื่องสำคัญในกระบวนการการดูแล จึงจัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพการสื่อสารในการดูแลแบบประคับประคองของทีมสุขภาพ ในเขตพื้นที่เครือข่ายปฐมภูมิโรงพยาบาลมโนรมย์ อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาทโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะกระบวนกรการสื่อสารในการดูแลแบบประคับประคองและเสริมสร้างวัฒนธรรมความตายพูดได้ เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะกระบวนกรให้แก่บุคลากรทีมสุขภาพในเครือข่ายปฐมภูมิโรงพยาบาลมโนรมย์ ประกอบด้วยการอบรมทักษะกระบวนกรเบื้องต้น ได้แก่ ทักษะการรับฟังอย่างตั้งใจ การสร้างพื้นที่ปลอดภัย และการใช้ชุดเครื่องมือของ Peaceful Death ได้แก่ เกมส์ไพ่ไขชีวิต ไพ่ฤดูฝน การ์ดแชร์กัน แคร์คลับและสมุดเบาใจ ประเมินผลโดยใช้เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบประเมินทักษะการสื่อสารของบุคลากรด้านสุขภาพ (Health Communication Assessment Tool : HCAT) ก่อนและหลังการอบรม 

            ผลการประเมินทักษะการสื่อสารของบุคลากรด้านสุขภาพ พบว่า จากผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 37 คน เป็นชาย 3 คน  หญิง 34 คน อายุเฉลี่ย 55 ปี มีคะแนนทักษะการสื่อสารด้านสุขภาพของบุคลากรทางการแพทย์หลังอบรมมีค่าเฉลี่ย 98.38 (SD= 13.68) สูงกว่าก่อนอบรมมีค่าเฉลี่ย 83.83 (SD= 8.28) อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ(p<.001)  การเสริมสร้างวัฒนธรรมความตายพูดได้ ผู้เข้าร่วมเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในตนเอง เห็นได้จากผู้เข้าร่วมอบรมสะท้อนว่า“ได้ไปจัดเก็บข้าวของ..(สมบัติ)ให้เป็นหมวดหมู่…เป็นระเบียบ…และหาง่าย” “ได้บอกกับแม่ว่า..ถ้าตายให้สวดหนึ่งคืน…เผาเลย” และสามารถพูดคุยสื่อสารเรื่องความตายกับคนในครอบครัวและสื่อสารพูดคุยกับป่วยและญาติได้ 

 

SDGs หลักที่สอดคล้องกับกิจกรรม*

SDGs3

เป้าประสงค์ย่อยใน SDG หลัก*

3.c

SDGs อื่น ๆ ที่สอดคล้อง

SDGs4

เป้าประสงค์ย่อยใน SDG อื่นๆ

 4.4
Links ข้อมูลเพิ่มเติม * 

https://discord.com/channels/1204631979358822400/1220262637083037747

 

MU-SDGs Strategy*

ยุทธศาสตร์ที่ 4

Partners/Stakeholders*

เครื่อข่ายปฐมภูมิโรงพยาบาลมโนรมย์ จำนวน 8 พื้นที่ ได้แก่ รพ.สต.คุ้งสำเภา รพ.สต.วัดโคก รพ.สต.ศิลาดาน รพ.สต.ท่าฉนวน รพ.สต. หางน้ำหนองแขม รพ.สต.ไร่พัฒนา รพ.สต.อู่ตะเภา และหน่วยปฐมภูมิ รพ.นโนรมย์ (หางน้ำสาคร)

ภาพประกอบ (3-5 ภาพ)*

 

Key Message*

“ทักษะการสื่อสารของทีมสุขภาพเป็นหัวใจการดูแลแบบประคับประคองและเสริมสร้างวัฒนธรรมความตายพูดได้ การอบรมนี้จึงป็นการเตรียมบุคลากรด้านสุขภาพในการดูแลผู้ป่วยตามแนวนโยบายชีวาภิบาล”

ตัวชี้วัด THE Impact* Rankings ที่สอดคล้อง

3.c, 4.4

Open field day ตรวจวิเคราะห์ดิน บูรณาการร่วมกับชุมชนจัดงาน เพื่อจัดทำแผนที่ข้อมูลดินชุมชนและการใช้ปุ๋ยสั่งตัดในนาข้าวเพื่อลดต้นทุนการผลิต

MU-SDGs Case Study*

Open field day ตรวจวิเคราะห์ดิน บูรณาการร่วมกับชุมชนจัดงาน เพื่อจัดทำแผนที่ข้อมูลดินชุมชนและการใช้ปุ๋ยสั่งตัดในนาข้าวเพื่อลดต้นทุนการผลิต

ผู้ดำเนินการหลัก*

นายธนากร จันหมะกสิต

ส่วนงานหลัก*

ศูนย์วิจัยและบริการวิชาการ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ผู้ดำเนินการร่วม

ผศ.ดร. ปัณฑารีย์ แต้ประยูร

ส่วนงานร่วม

หลักสูตรเกษตรยั่งยืนเพื่อสุขภาพและการประกอบการ  โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล

เนื้อหา*

วัตถุประสงค์ของโครงการ

1. เพื่อฝึกทักษะการตรวจวิเคราะห์ดินโดยชุดทดสอบ N P K ผ่านประสบการณ์จริง (Experiential-based Learning) 

2. เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน

3. เพื่อสร้างการมีจิตอาสาผ่านกิจกรมสาธารณะ

 

บูรณาการร่วมกับชุมชนจัดงาน Open field day ตรวจวิเคราะห์ดิน

เพื่อจัดทำแผนที่ข้อมูลดินชุมชนและการใช้ปุ๋ยสั่งตัดในนาข้าวเพื่อลดต้นทุนการผลิต

 

วันที่ 12 พ.ค. 2566 เวลา 9.00 – 12.00 น.

ณ องค์การบริหารส่วนตำบลยางขาว อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์

 

ศูนย์วิจัยและบริการวิชาการ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ 2 หน่วยงานท้องถิ่น ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลยางขาว อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ และกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ตำบลยางขาว จัดให้บริการตรวจดินแก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว เพื่อการจัดทำฐานข้อมูลดินของตำบล และการต่อยอดสู่การใช้ปุ๋ยแบบสั่งตัด ซึ่งเป็นกิจกรรมต่อเนื่องจากโครงการปุ๋ยเพื่อชุมชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานรากหลังโควิดด้วยเศรษฐกิจ BCG (U2T for BCG) ตำบลยางขาว ประจำปีงบประมาณ 2565 โดยโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล

 

โดยกิจกรรมครั้งนี้มีนายธนากร จันหะมกสิต (นักวิชาการเกษตร) สังกัดศูนย์วิจัยและบริการวิชาการ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้รับผิดชอบโครงการฯ และ ผศ.ดร. ปัณฑารีย์ แต้ประยูร อาจารย์ประจำหลักสูตรเกษตรยั่งยืนเพื่อสุขภาพและการประกอบการ พร้อมด้วยนักศึกษาหลักสูตร SMART Farmer ชั้นปีที่ 4 ที่อาสาสมัครเข้าร่วมการฝึกตรวจดินภาคสนามและให้บริการกับชุมชนในครั้งนี้ด้วย ซึ่งมีเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมส่งตรวจอย่างดินเพื่อวิเคราะห์จำนวน 50 ราย 

นอกจากนี้ยังได้มีการฝึกทักษะ (Upskill) ให้กับน้องๆเกษตรกรรุ่นใหม่ในชุมชนได้เรียนรู้วิธีการเก็บตัวอย่างดิน, การวิเคราะห์ดิน และการให้คำแนะนำการใช้ปุ๋ยอีกด้วย 

 

SDGs หลักที่สอดคล้องกับกิจกรรม*

SDGs2

เป้าประสงค์ย่อยใน SDG หลัก*

2.4,2.5

SDGs อื่น ๆ ที่สอดคล้อง

SDGs4,12,17

เป้าประสงค์ย่อยใน SDG อื่นๆ

 4.7,12.a,17.7
Links ข้อมูลเพิ่มเติม *  

https://www.facebook.com/share/p/17k8tJnd9H/

 

MU-SDGs Strategy*

ยุทธศาสตร์ที่ 2

Partners/Stakeholders*

1. โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์
2. ศูนย์วิจัยและบริการวิชาการ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์
3. องค์การบริกหารส่วนตำบลยางขาว อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์
4. หลักสูตรเกษตรยั่งยืนเพื่อสุขภาพและการประกอบการ

ภาพประกอบ (3-5 ภาพ)*

 

Key Message*

กระบวนการปรับรูปแบบการเรียนการสอนจากในห้องเรียนโดยการใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อยกระดับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน อีกทั้งเป็นการฝึกทักษะให้แก่ผู้เรียนแบบ real world situation และช่วยส่งเสริมพันธกิจสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยมหิดลต่อชุมชนและการบรรลุตามเป้าหมาย SDGs ที่จะดำเนินการตามแนวปฏิบัติทางการเกษตรที่มีภูมิคุ้มกันที่จะเพิ่มผลิตภาพและการผลิต ซึ่งจะช่วยรักษาระบบนิเวศ เสริมขีดความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาวะอากาศรุนแรง ภัยแล้ง อุทกภัย และภัยพิบัติอื่น ๆ และจะช่วยพัฒนาคุณภาพของดินและที่ดินอย่างต่อเนื่อง ภายในปี พ.ศ. 2573

ตัวชี้วัด THE Impact* Rankings ที่สอดคล้อง

17.4.3, 2.4.1, 2.5.2